อีกหนึ่งเคสที่น่าสนใจครับ กับการวางแผนผ่าตัดรักษา 2 โรคพร้อมกัน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและประโยชน์ที่ผู้ป่วยจะได้รับเป็นสำคัญ
????????⚕️ อาการและปัญหาของผู้ป่วย
ผู้ป่วยอายุ 70 ปี มีโรคประจำตัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ และมีประวัติเคยเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ
มาพบแพทย์ด้วยอาการมีก้อนบริเวณขาหนีบทั้ง 2 ข้าง โดยก้อนจะนูนออกมาชัดเจนเวลายืนหรือยกของหนัก และยุบกลับได้เองเมื่อนอนราบ ซึ่งเป็นลักษณะที่เข้าได้กับโรคไส้เลื่อนขาหนีบ
นอกจากนี้ ยังมีอาการท้องอืดหลังรับประทานอาหาร จุกแน่นบริเวณลิ้นปี่ และปวดร้าวไปทางด้านหลังขวาเป็นครั้งคราว เมื่อตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง พบ นิ่วในถุงน้ำดี
สรุปปัญหาสำคัญของผู้ป่วยรายนี้ ได้แก่
???? วางแผนการรักษาอย่างไร?
เนื่องจากผู้ป่วยมีโรคประจำตัวที่ต้องคำนึงถึง โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจและประวัติโรคหลอดเลือดสมอง หมอจึงประเมินความเสี่ยงก่อนผ่าตัดอย่างรอบคอบ พร้อมปรึกษาวิสัญญีแพทย์และอายุรแพทย์ รวมถึงหารือแนวทางการรักษาร่วมกับผู้ป่วย
หลังจากประเมินแล้ว จึงเลือกแนวทาง ผ่าตัดทั้ง 2 โรคในการดมยาสลบครั้งเดียว ได้แก่
• ผ่าตัดซ่อมไส้เลื่อนขาหนีบผ่านกล้องทั้ง 2 ข้าง (Laparoscopic bilateral inguinal hernia repair)
• ผ่าตัดถุงน้ำดีผ่านกล้อง (Laparoscopic cholecystectomy)
โดยเริ่มจากการผ่าตัดซ่อมไส้เลื่อนก่อน ซึ่งเป็นหัตถการในบริเวณที่ถือว่าสะอาด จากนั้นจึงผ่าตัดถุงน้ำดีต่อ เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนระหว่างหัตถการ
✅ ผลการรักษา
การผ่าตัดเสร็จสิ้นด้วยการเปิดแผลขนาดเล็กทั้งหมด 4 ตำแหน่ง ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ดี และสามารถกลับบ้านได้หลังพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 1 คืน
ข้อดีของการผ่าตัดพร้อมกันในผู้ป่วยที่เหมาะสม
• ลดความจำเป็นในการเข้ารับการผ่าตัดและดมยาสลบแยกกัน 2 ครั้ง
• ลดการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลหลายรอบ
• อาจช่วยลดระยะเวลาพักฟื้นโดยรวมและค่าใช้จ่าย เมื่อเทียบกับการผ่าตัดแยกครั้ง
อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดพร้อมกันไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยทุกราย จำเป็นต้องพิจารณาความเสี่ยงจากโรคประจำตัว ความซับซ้อนของการผ่าตัด ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และความพร้อมของทีมรักษาเป็นรายบุคคล
สำหรับหมอแล้ว เป้าหมายไม่ใช่เพียงการรักษาให้ครบทุกโรค แต่คือการเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละคนครับ